Recommend Print

รายงานเรื่อง “การบูรณะพัฒนาพระอุโบสถเขาพุทธทอง”

รายงานเรื่อง “การบูรณะพัฒนาพระอุโบสถเขาพุทธทอง”

สวนโมกขพลาราม ไชยา สุราษฎร์ธานี / ๒ กันยายน ๒๕๕๖

ตามที่มีการบูรณะพัฒนาบริเวณพระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทองและมีความห่วงใยต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงกว้างถึงแนวทางการบูรณะพัฒนาที่อาจกระทบต่อสภาพธรรมชาติ ตลอดจนแนวคิดดั้งเดิม และ  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ให้แนวทางในการถวายงานรับใช้คณะสงฆ์เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้ฆราวาสและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระของพระเพื่อท่านจะได้มีเวลาในการบริหารธรรมและไม่แยกตัวออกจากชุมชน โดยเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๖ ตัวแทนของ
มูลนิธิหอจดหมายเหตุฯ ได้เดินทางไปเข้าพบและปรึกษาหารือกับพระอาจารย์อาวุโสที่สวนโมกขพลาราม ประกอบด้วย พระอาจารย์โพธิ์ จันทสโร, พระอาจารย์ทองสุข ธัมมวโร, พระอาจารย์ถวิล สุญญธาตุ และ พระอาจารย์สุชาติ ปัญญาทีโป เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล โดยได้โทรศัพท์ถึงคุณเมตตา พานิช และ คุณณรงค์ เสมียนเพชร ได้รับแนวทางในการถวายงานต่อ
คณะสงฆ์และสวนโมกขพลาราม ดังนี้

๑) ล้วนตระหนักในหลักคิดแนวทางของท่านอาจารย์พุทธทาสอย่างเคร่งครัด ทั้งประเด็นพระอุโบสถธรรมชาติ และ การถนอมรักษาต้นไม้ใหญ่

๒) การปรับปรุงพระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทองและประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ขาวนั้นดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ยกร่างแบบพระประธานโดยพระอาจารย์สุชาติ และ ปั้นพร้อมจัดบริเวณสถานที่โดยพระอาจารย์ทองสุข ภายใต้การชี้แนะของท่านอาจารย์พุทธทาส บัดนี้ผ่านกาลเวลามา ๒๘ ปี โครงการนี้แท้จริงแล้วคือการบูรณะและพัฒนาพระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทองที่มิใช่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างที่นิยมเรียกและทำกันในทางโลก

๓) การปรับปรุงมุ่งการปรับสภาพพื้นผิวชั้นล่างจากลานพระอุโบสถชั้นบนซึ่งไม่มีการกระทำเปลี่ยนแปลงใด ๆ โดยชั้นล่างนี้ล้วนอยู่ในเขตกำหนดวิสุงคามสีมา ๔๐ X ๘๐ เมตร ที่มีการปักเสาเป็นหมุดหมายไว้นานแล้ว ประกอบด้วยชั้นรอง และ ลดหลั่นลงมาตามลำดับจนถึงบริเวณเผาสรีระท่านอาจารย์ ซึ่งมีแท่นหินอนุสรณ์ตั้งอยู่ ด้วยการใช้ก้อนหินต่าง ๆ มาเรียงและยาปูนเป็นแนว (ลักษณะเดียวกับลานหินโค้ง) ตามสภาพธรรมชาติเพื่อป้องกันการไหลชะล้างของดินและรักษาระดับพื้น โดยมีการนำดินขึ้นมาถมปรับผิวด้วยรถหกล้อหลายสิบคันรถ ชั้นบนสุดอาจปูลาดด้วยทราย

๔) สิ่งก่อสร้างที่มีการผูกเหล็กและเทปูนมีสิ่งเดียว คือ บันไดทางขึ้นลานพระอุโบสถธรรมชาติชั้นบน ซึ่งแต่เดิมเป็นขั้นบันไดหินเรียง คณะผู้ออกแบบอาสา (คุณอิทธิฤทธิ์ วิทยา และคณะ) ได้ออกแบบให้เป็นบันไดคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความแข็งแรงทนทาน โดยเมื่อแล้วเสร็จและผ่านกาลเวลาก็จะกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติในไม่นาน นอกจากนั้นไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใด ทั้งนี้การก่อสร้างมีการปรับจากแบบที่ร่างไว้อย่างมาก เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ มิได้ทำการก่อสร้างตามแบบซึ่งเป็นเพียงภาพร่างความคิดตั้งต้นเท่านั้น ด้วยมุ่งเน้นความเป็นธรรม-ชาติอย่างกลมกลืน และการให้ความหมายทางธรรมตามแนวทางของท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นสำคัญ

๕) การก่อสร้างใช้แรงงานช่างอาชีพจำนวนหนึ่งในส่วนที่จำเป็น นอกนั้นเป็นกำลังของพระภิกษุสงฆ์ที่บวชอยู่จำพรรษา โดยคาดว่าสิ่งหลัก ๆ จะแล้วเสร็จภายในพรรษานี้

๖) จากความห่วงใยในเรื่องของต้นไม้ ได้มีผู้เชี่ยวชาญจากกรมป่าไม้ให้คำแนะนำมาส่วนหนึ่งแล้ว จึงได้ทำการนำเอาดินที่ถมกลบถึงโคนออกไว้ระดับหนึ่งแล้ว ส่วนการก่อสร้างอื่น ๆ นั้น จะดำเนินการต่อเฉพาะที่เริ่มไว้แล้ว กล่าวคือตัวบันได นอกนั้นการขนหินมาวางแนวจะทยอยดำเนินการต่อไปตามกำลัง

๗) เพื่อความสมบูรณ์พร้อม ตลอดจนเพื่อตรวจสอบ บรรเทา ป้องกัน และสร้างความมั่นใจ ตามความห่วงกังวลของสาธุชนทั้งหลาย ท่านเจ้าอาวาสเห็นชอบตามที่มูลนิธิฯ ขอโอกาสรับใช้ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมและการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีความศรัทธาในธรรมเดินทางมาดูเพื่อชี้แนะและประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป บัดนี้ได้รับการตอบรับแล้วว่าจะรีบเดินทางลงไปโดยเร็วภายในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์เดชา บุญค้ำ ราชบัณฑิต อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ริเริ่มและก่อตั้งงานภูมิสถาปัตยกรรมในประเทศไทย, อาจารย์ธราดล ทันด่วน ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ และ นายธีรพล นิยม สถาบันอาศรมศิลป์

จึงขอโอกาสเรียนมาเพื่อโปรดทราบเป็นเบื้องต้นก่อน และขอแสดงความขอบคุณในความห่วงใยและคำชี้แนะต่าง ๆ ต่อสวนโมกขพลารามมา ณ โอกาสนี้ หากมีความคืบหน้าประการใดจะรีบรายงานมาเพื่อโปรดทราบและชี้แนะในการมีส่วนร่วมพัฒนาในอนาคตต่อไป

ดูเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ 

http://www.bia.or.th/fileupload/20130903_bia_report_V3.pdf

บัญชา พงษ์พานิช

กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

๓ กันยายน ๒๕๕๖