Recommend Print

กรณีที่สวนโมกขพลาราม

เรียนคณะกรรมการมูลนิธิ กรรมการบริหารหอจดหมายเหตุ

ผู้มีส่วนร่วมสนับสนุน และ ธรรมภาคีพี่น้องผู้มีส่วนร่วมในธรรม 

ตามที่มีรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนและสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อวานนี้เกี่ยวกับการปรับปรุงพระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทองและอื่น ๆ นั้น

หอจดหมายเหตุฯ ในฐานะองค์กรลูก กำลังติดตามและรอการปรึกษาหารือและวินิจฉัยของครูบาอาจารย์ โดยขออธิบายรายละเอียดเท่าที่รับทราบและพอสืบค้นได้จากฐานข้อมูลจดหมายเหตุฯ ตามที่แนบมานี้

ขอทุกท่านได้ร่วมกันในการใช้ สติ ปัญญา สัมปชัญญะ และ สมาธิ ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสนำพระธรรมของพระพุทธองค์มาร้อยเรียงให้ไว้ในชื่อ “ธรรมะ ๔ เกลอ” เพื่อประกอบการติดตาม คิดอ่านและแสดงออกในการนี้ รวมทั้งช่วยชี้แนะและหาทางออก หรือช่วยเหลือในการรับใช้สนองงานพระศาสนา ตลอดทั้งสวนโมกข์สืบไป

 

กรณีที่สวนโมกข์

หลายปีมาแล้ว หลังรับภารกิจ “เจ้าอาวาส” วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม มาตั้งแต่ท่านอาจารย์พุทธทาสยังอยู่ ท่านอาจารย์โพธิ์ จันทสโร (รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี พ.ศ. ๒๕๒๙) ได้ปรารภเนือง ๆ ว่าประสงค์จะวางมือจากบทบาทนี้เพื่อส่งต่อแก่หมู่คณะ และ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวาระอายุครบ ๘๐ ปี ของท่านอาจารย์โพธิ์ จึงได้ลงตัวด้วยการมีท่านอาจารย์สุชาติ ปัญญาทีโป พระอาจารย์อาวุโสผู้ครองตำแหน่งรองเจ้าอาวาส รับอาราธนานิมนต์ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ทั้งที่ท่านเองก็มิได้ประสงค์ ทราบว่าท่านได้ปฏิเสธหลายครั้ง จนกระทั่งเนื่องในโอกาสวันล้ออายุ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ คุณนิคม เจตน์เจริญรักษ์  ศิษย์อาวุโสของสวนโมกข์ และ คุณเมตตา พานิช ประธานมูลนิธิธรรมทาน ได้ขอให้อาจารย์หมอประเวศ วะสี และ อาจารย์หมอเกษม วัฒนชัย ซึ่งไปร่วมอาจารยบูชา ณ สวนโมกขพลา-ราม เข้าอาราธนานิมนต์ และท่านอาจารย์สุชาติรับปากในวันนั้นโดยขอให้คอยช่วยเหลือสนับสนุนในกิจการของสวนโมกข์ด้วย.

สวนโมกขพลาราม ที่ก่อตั้งขึ้นที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พ.ศ. ๒๔๗๕) นั้น เริ่มต้นด้วยทุนต้นตระกูลพานิช ภายใต้การนำของท่านอาจารย์พุทธทาส และ คุณธรรมทาส พานิช โดยมีกัลยาณมิตรชาวไชยา
สุราษฎร์ธานี ตลอดจนผู้คนจากถิ่นฐานอื่น ๆ เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องและขยายวง ในนามของ คณะธรรมทาน โดยมีหน่วยจัดการที่ค่อย ๆ ก่อตัวมาจากห้องหนังสือธรรมทาน เปิดหีบหนังสือธรรมะให้คนยืมอ่านที่ร้านไชยาพานิช (พ.ศ.๒๔๗๒) ก่อนที่จะย้ายออกมายังตลาดไชยา (พ.ศ.๒๔๗๘) แล้วจดทะเบียนเกิดเป็นหน่วยนิติบุคคลที่เป็นทางการว่า ธรรมทาน-
มูลนิธิ หรือ มูลนิธิธรรมทาน (พ.ศ. ๒๔๙๖) เสมือนกองเลขานุการในการขับเคลื่อนงาน มีคุณธรรมทาส พานิช เป็นผู้จัดการ ในขณะที่หลังจากขยายย้ายสวนโมกขพลารามออกจากพุมเรียงมายังบริเวณเขาพุทธทอง (พ.ศ.๒๔๘๗) แล้วขึ้นทะเบียนและรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นวัดธารน้ำไหล ตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ เมื่อ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕ โดยมิได้มีผู้ใดครองตำแหน่งเจ้าอาวาสจนกระทั่ง ปี พ.ศ.๒๕๒๙ ที่ท่านอาจารย์โพธิ์ ถูกมอบหมายและแต่งตั้งตามการเสนอของท่านอาจารย์พุทธทาสและคณะ ส่วนธรรมทานมูลนิธิ ได้ย้ายมาก่อสร้างเป็นอาคารคณะธรรมทานที่หน้าสวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหล เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐

ด้วยประวัติความเป็นมาดังกล่าว และระบบงานที่สวนโมกข์ที่เป็นมาตั้งแต่ต้นตลอดหลายสิบปีแรกที่มีท่านอาจารย์พุทธทาสและคุณธรรมทาสเป็นหลัก จึงมีภาพเสมือนว่าสวนโมกขพลารามนั้นเป็นองคาพยพร่มใหญ่ที่กว้างกว่าวัดของเครือข่ายและขบวนงานธรรมที่เรียกว่าคณะธรรมทานแบบขยายตัว โดยมีหน่วยจัดการขับเคลื่อนหลัก คือ คณะสงฆ์แห่งวัดธารน้ำไหล และ คณะบุคคลแห่งธรรมทานมูลนิธิ แบ่งบทบาทหน้าที่กันทำตามที่เหมาะควรแก่วิสัยของสมณะและฆราวาสสืบมา กระทั่งเปลี่ยนผ่านมาสู่รุ่นที่สอง หลังท่านอาจารย์พุทธทาส และ คุณธรรมทาสละสังขาร (พ.ศ.๒๕๓๖ และ พ.ศ.๒๕๔๓ ตามลำดับ) โดยมีท่านอาจารย์โพธิ์ ดำรงสถานะ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล (พ.ศ.๒๕๒๙) กับ คุณเมตตา ที่สืบต่อบทบาทประธานธรรมทานมูลนิธิ ควบคู่กับหน้าที่ไวยาวัจกรของวัดธารน้ำไหลที่ได้รับแต่งตั้งตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘ โดยมีการก่อตั้งมูลนิธิพุทธทาส (พ.ศ.๒๕๒๙) นำโดยท่านอาจารย์ปัญญานันทะ เพื่อการเผยแผ่งานธรรมสู่ต่างชาติ ในขณะที่ฝั่งสวนโมกข์นานาชาติ ซึ่งประกอบด้วย ธรรมาศรมนานาชาติ ธรรมาศรมธรรมมาตา และ ธรรมาศรมธรรมทูต ได้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๐ ภายใต้การดำเนินการร่วมกันในนามของสวนโมกขพลาราม ซึ่งมีวัดธารน้ำไหลและธรรมทานมูลนิธิเป็นหลัก

เมื่อท่านอาจารย์สุชาติเข้าบริหารวัดธารน้ำไหล ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส โดยมีไวยาวัจกรใหม่จำนวน ๕ คน ประกอบด้วย คุณนิคม เจตน์เจริญรักษ์, คุณณรงค์ เสมียนเพชร, อาจารย์โพธิพันธุ์ พานิช, คุณกิตติศักดิ์ รุ่งเรืองวัฒนชัย และ คุณธวัชชัย จันทร์แดง เข้าบริหารจัดการกิจการของวัดธารน้ำไหล โดยได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วม ๑ ครั้ง เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ (อ่านรายงานการประชุมได้ที่นี่) ณ อาคารคณะธรรมทาน ธรรมทานมูลนิธิ โดยคุณเมตตา พานิช ประธานคณะกรรมการธรรมทานมูลนิธิ และ อดีตไวยาวัจกร ได้จัดทำสรุปรายงานการเงินและบัญชีของวัดธารน้ำไหล ของธรรมทานมูลนิธิ และที่เกี่ยวข้อง รายงานต่อที่ประชุม พร้อมกับส่งมอบบัญชีและสมุดบัญชีในส่วนของวัดธารน้ำไหลแก่ท่านอาจารย์สุชาติและคณะไวยาวัจกรใหม่ในโอกาสถัดมา ทั้งนี้ในที่ประชุมได้นำบันทึกลายลิขิตของท่านอาจารย์พุทธทาสเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการของสวนโมกข์ฯ ธรรมทาน วัดธารน้ำไหล และ มูลนิธิ มาทบทวนทำความเข้าใจ จนมีความเห็นพ้องกันว่า ท่านอาจารย์พุทธทาสและคณะ ได้วางตำแหน่งให้สวนโมกขพลารามเป็นองค์กรอิสระ อยู่โดยคณะธรรมทาน โดยมีวัดธารน้ำไหล กับ ธรรมทานมูลนิธิเป็น ๒ องค์กรหลักที่เป็นนิติบุคคลรองรับ ที่ประชุมเห็นว่าควรรวมมูลนิธิพุทธทาส และ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เข้าไว้ด้วย รวมเป็น ๔ องค์กร ซึ่งหลังจากนั้นมา
มิได้มีการประชุมร่วม นอกจากครั้งจัดงานอาจารยบูชาประจำปี พ.ศ.๒๕๕๖ ที่เป็นการปรึกษาหารือทั่ว ๆ ไป ในขณะที่ในส่วนของวัดธารน้ำไหลนั้น มีการประชุมหลายครั้ง ล่าสุดมีการประชุมเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖ โดยคุณเมตตา ได้นำส่งรายงานการเงินและสมุดบัญชีเงินสดต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัดแก่ท่านอาจารย์สุชาติเพิ่มเติม

สำหรับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ในระยะหลังเมื่อมีการปรับปรุงระบบการดำเนินการใหม่ในวัด และได้รับการแจ้งว่ากิจการในวัดขอให้เป็นเรื่องของหมู่สงฆ์จึงได้แต่เฝ้าดูและคอยรับใช้ตามที่ท่านจะเรียกหาและมอบหมาย มุ่งทำงานสนองงานพระพุทธองค์ ตามปณิธานและแบบอย่างของท่านอาจารย์พุทธทาส คุณธรรมทาส ท่านอาจารย์โพธิ์ ครูบาอาจารย์และผู้อาวุโสทั้งหลาย รวมทั้งตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของมูลนิธิ ตลอดทั้งของกัลยาณมิตรและภาคีเครือข่าย โดยมีการอาราธนานิมนต์ครูบาอาจารย์จากสวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหลเป็นประจำ ล่าสุดได้รับทราบว่ากำลังมีการปรับปรุงพระอุโบสถธรรมชาติบนเขาพุทธทองโดยมิได้ติดตามลงไปดู ด้วยเคารพและเชื่อมั่นในแบบอย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ทำไว้เป็นตัวแบบ โดยเฉพาะท่านอาจารย์สุชาติซึ่งเป็นเจ้าอาวาสและศิษย์อาวุโสของท่านอาจารย์ และท่านอาจารย์ทองสุข ธัมมวโร ศิษย์อาวุโสผู้ปั้นพระพุทธรูปองค์ขาว ประธานพระอุโบสถธรรมชาติที่เขาพุทธทอง ที่รับมอบหมายจากท่านอาจารย์สุชาติในการปรับปรุงครั้งนี้

หอจดหมายเหตุฯ ได้รับทราบข่าวอย่างคร่าว ๆ ว่ามีการทักท้วงและขอให้ชะลอเพื่อตรวจสอบต่างๆ เช่น ความเหมาะสมของรูปแบบ ผลกระทบต่อต้นไม้และพืชพันธุ์บนเขาพุทธทอง ซึ่งเข้าใจว่าครูบาอาจารย์และผู้เกี่ยวข้องน่าจะใช้วิจารณญาณอย่างดีแล้ว จนได้รับการโทรศัพท์สอบถามจากหลากหลายฝ่ายเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ถึงการชักชวนขึ้นไปดูและขอทราบความเป็นมาเป็นไปที่กลายเป็นการออกสารบนสื่อสังคมออนไลน์ “จากเพื่อนสวนโมกข์ถึงเพื่อนสวนโมกข์” โดยผู้ที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มเพื่อนสวนโมกข์” อันมีความเห็นประกอบของครูบาอาจารย์และกัลยาณมิตรอาวุโส คือ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล และ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ รวมทั้งคุณวิจักขณ์ พานิช พร้อมเชิญชวนให้ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยวิงวอนให้คณะสงฆ์ได้ปรึกษาหารือกันก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ต่อไป

ในฐานะหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ จึงขอเรียนมาเพื่อโปรดทราบเท่าที่รับทราบ พร้อมกับขอโอกาสชี้แจงถึงความเป็นมาโดยภาพรวมของสวนโมกขพลาราม คณะธรรมทาน วัดธารน้ำไหล และ ธรรมทานมูลนิธิ อันเป็นสดมภ์หลักในฐานะองค์กรพ่อและแม่ ที่คลี่คลายพัฒนาถึงปัจจุบัน กว่า ๘๐ ปีแล้ว  โดยขอรอการพิจารณาของครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะท่านอาจารย์สุชาติ เจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ ด้วยความเคารพและนับถือเสมอมา ทั้งนี้จะเร่งค้นคว้าจากฐานข้อมูลจดหมายเหตุว่าด้วยหลักคิดและแนวปฏิบัติของท่านอาจารย์พุทธทาสต่อพระอุโบสถแบบสวนโมกข์ที่เขาพุทธทอง ตลอดทั้งการบริหารจัดการของสวนโมกข์และองคาพยพ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าต่าง ๆ จากไชยาต่อไป

บัญชา พงษ์พานิช

กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

 

 

img-826182032-0001_Large

ลายลิขิตของท่านอาจารย์พุทธทาส บนกระดาษ ใบแก้คำผิด เอกสารชุดมองด้านใน อันดับ ๒
เรื่อง ภัยของพุทธศาสนา พิมพ์โดย คณะเผยแพร่พุทธธรรม เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๑๐
เอกสารจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ. เกี่ยวกับระเบียบคณะสงฆ์ “เงินวัด”. (๒๕๑๐). BIA ๑๐/๑๔ หน้า ๑.