Recommend Print

ใช้ชีวิตด้วยจิตว่างอย่างพระพุทธองค์

อ.จ พทธทาส 252 cr

เราจงได้สนใจในพระธรรมที่มีอยู่เพียงข้อเดียว ที่สอนให้ทำลายความเห็นแก่ตัวแก่ตน หรือความยึดถือว่าตัวว่าตนนี้เสียโดยสิ้นเชิง เราก็จะเป็นคนสงบเย็น ไม่มีอะไรจะมาทำให้เป็นทุกข์ได้ ให้พญามารเข้ามาเป็นฝูง ๆ ก็ไม่สามารถทำบุคคลชนิดนี้ให้เป็นคนทุกข์ได้ เขาจะดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้หรือในโลกอื่น ๆ ก็ตาม ไม่มีทางที่จะทุกข์ได้

แม้จะเป็นชาวนาที่กำลังทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำอยู่กลางทุ่งนา ก็ไม่มีทางที่จะทุกข์ได้ แม้จะเป็นคนแจวเรือจ้าง ก็จะร้องเพลงอยู่ตลอดเวลาดังนี้เป็นต้น และถ้าเขาเผลอปล่อยให้ความมีตัวมีตนเข้ามาครอบงำเท่าไร เข้าเมื่อไร เขาก็ร้องเพลงไม่ออก เขาก็จะด่าคนนั้นว่าคนนี้ เอ็ดตะโรไปทั้งคลอง แต่ถ้าพอเขามีจิตใจว่างจากตัวตน หรือยึดถือว่าของตนขึ้นมา ก็ร้องเพลงไปได้ตามเดิม ครั้นอย่าได้เข้าใจว่าเรื่องจิตว่างนี้เป็นเรื่องของฤาษีมุนี โยคี อยู่ตามป่าตามเขา มันต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนเราทุกคน แม้แต่คนแจวเรือจ้าง

ให้นึกดูให้ดีว่า อย่างในลัทธินิกายเซนนั้นต้องการให้มันเกี่ยวข้องอยู่ในปัญหาประจำวัน ชีวิตประจำวันทุกชนิดทีเดียว ให้มีจิตว่างเคลื่อนไหวกิริยาบถต่าง ๆ อยู่ ให้คิดเก่ง ให้จำเก่ง ให้รอบคอบ ให้เฉลียวฉลาด ให้มีจิตใจที่มั่นคง สดชื่น แจ่มใส ไม่มีเหนื่อย ไม่มีเพลียดังนี้ เราแม้จะไม่ได้ถือนิกายเซน ก็เป็นการถืออยู่ในตัว ถ้าหากว่ารู้จักทำจิตให้ว่างในนัยยะของพระพุทธเจ้าตามที่ได้ตรัสไว้ในพระพุทธภาษิตบทนั้น เพราะเป็นคนที่มีจิตว่างจากตัวตนหรือของตนตลอดเวลา แล้วก็เคลื่อนไหวกระทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยอำนาจของสติปัญญาที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวหรือตัวตนเข้าไปเจืออยู่เลย

ปัญญานั้นก็เป็นจิตว่าง ถ้ามันไม่มีความเห็นแก่ตนหรือของตนเข้าไปเจือปน การทำการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็เป็นไปอย่างถูกต้องเหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านทำหรือพระอรหันต์ท่านทำ คนได้ยินได้ฟังพระคัมภีร์มาแล้วย่อมเข้าใจได้โดยง่าย เขาย่อมจะได้ยินได้ฟังว่าพระพุทธเจ้าท่านอยู่ มีลมหายใจอยู่ด้วยจิตว่าง คือท่านได้ตรัสว่า ตถาคตอยู่ด้วยสุญญตาวิหาร วิหารในที่นี้หมายถึงวิหารธรรม วิหารธรรมแปลว่าเครื่องประพฤติเป็นอยู่ตลอดชีวิต สุญญตาแปลว่าความว่าง สุญญตาวิหารก็หมายความว่าธรรมะเป็นเครื่องอยู่ คือความมีจิตว่าง

c01582 cr

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ตถาคตอยู่ในสุญญตาวิหารก็หมายความว่ามีลมหายใจเข้าออกอยู่ด้วยความมีจิตว่าง แต่แล้วท่านทำอะไรได้บ้าง ลองคิดดู คนบางคนเข้าใจกันเองหรือว่าเอาเองว่า พระพุทธเจ้าท่านมีการอยู่ด้วยพรหมวิหาร พรหมวิหารคือเมตตา กรุณา คือไม่ มุทิตา อุเบกขา ซึ่งเรารู้กันอยู่ดี แล้วก็คิดกันอยู่ดีว่า พระพุทธเจ้าคงได้อยู่ในวิหารธรรมข้อนี้ ข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดไม่เคยได้ยินได้ฟังว่าพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่า พระองค์ได้อยู่ด้วยวิหารธรรมข้อนี้

เราว่าเอาเอง พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าท่านอยู่ด้วยสุญญตาวิหาร ก็คืออยู่ด้วยความมีจิตว่าง ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าการอยู่ด้วยพรหมวิหารนั้นยังเป็นเพียงพรหม คือยังมีตัวมีตน แม้จะเป็นตัวเป็นตนที่สูงสุดก็ยังมีตัวมีตน คือมีความคิดว่ามีเรา แล้วมีความคิดว่ามีเขา มีความคิดว่ามีเราสามารถช่วยเขา เขาลำบาก ช่วยเขาตกทุกข์ได้ยาก เราต้องช่วยเขา อย่างนี้คิดเรื่องมีตัวมีตน จะสูงไปได้อย่างมากก็เพียงแค่พรหม ไม่อาจจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปได้ เพราะเหตุฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมิได้มีตัวตน จึงมิได้มีการเป็นอยู่ด้วยตัวตน หรือเป็นอยู่ด้วยพรหมวิหารเป็นต้นเลย แต่อยู่ด้วยสุญญตาวิหารคือความมีจิตว่างอยู่ตลอดเวลาดังนี้ แต่แล้วคิดดูเถิดว่าท่านทำอะไรได้บ้าง ท่านสอนคนเท่าไร ท่านขี้เกียจเท่าไร

ยิ่งศึกษาถึงประวัติพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายยิ่งเห็นได้ว่าท่านทำงานมากกว่าพวกเรา ไม่ขี้เกียจกว่าพวกเรา ท่านทำงานได้สูงสุดกว่าพวกเรา ทำงานได้เป็นผลดีมากกว่าพวกเรา และไม่มีความทุกข์เลย นี้ก็เพราะเหตุผล เพราะอำนาจของสิ่ง ๆ เดียว คืออำนาจของความมีจิตว่างจากตัวตนและของตนนั่นเอง เราควรจะตั้งหลักเป็นสมมุติฐานขึ้นมาว่า จิตที่ว่างจากตัวตนนั้น ทำอะไรได้มาก ทำอะไรได้ดีสุด อย่าเข้าใจผิดเหมือนดังที่บางคนเข้าใจว่า ถ้าจิตว่างแล้วมันก็ไม่ต้องทำอะไรเลย มันก็แข็งทื่อเป็นก้อนหินไป นี้เป็นความโง่เขลาเป็นความคิดเห็นที่ว่าเอาเอง เดาเอาเอง คำว่าจิตว่างของพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้หมายความอย่างนั้น ท่านหมายถึงว่างจากความรู้สึกว่าตัวตนหรือของตน ว่างจากความรู้สึกว่าตัวกูหรือของกูนั้นต่างหาก ส่วนสติปัญญา เมตตา กรุณานั้นยังอยู่สมบูรณ์ จึงทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยสติปัญญา จึงไม่มีการทำผิดได้ในตัวมันเอง นี้แหละเรียกว่าจิตว่างนั้นหรือความว่างนั้นเต็มไปด้วยความรู้อยู่ในตัวมันเองและอย่างสมบูรณ์ จึงเป็นธรรมะอย่างยิ่งเป็นธรรมะที่ถ้ามีแล้วสามารถที่จะเอาชนะโลกทั้งหลายได้หมดและอยู่เหนือโลกได้โดยแน่นอน

พุทธทาสภิกขุ

ที่มา : ส่วนหนึ่งจากเทศน์งานศพบิดาคุณปราณี ปี พ.ศ. 2503

ฟังได้ที่ http://sound.bia.or.th/catalogue.php?item_code=1935030516000