Recommend Print

พุทธทาส - ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม

อ.จ พทธทาส 1440
 
ถ้าเกิดตั้งปัญหาถามขึ้นว่า อะไรเป็นเครื่องปิดบังพระนิพพานอันเป็นตัวพุทธธรรมที่เราประสงค์จะเข้าถึงแล้ว เราจะพบคำตอบว่า “พระพุทธเจ้า” นั่นเองกลับมาเป็นภูเขามหึมาบังพระนิพพาน
 
สภาพการณ์เช่นนี้กำลังมีอยู่ในจิตใจของพุทธบริษัททั่วๆ ไป ซึ่งถ้ากล่าวให้สั้นๆ ตรงๆ ที่สุดก็กล่าวว่า ท่านทั้งหลายไม่เข้าถึงพุทธธรรมก็เพราะว่า “พระพุทธเจ้าตามทัศนะของท่าน” ขวางหน้าท่านอยู่
 
ท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งเห็นว่า ถ้อยคำข้างบนนี้เป็นคำแกล้งกล่าวอย่างอุตริ ตามธรรมดาพุทธบริษัทแต่ละคนต่างก็มี “พระพุทธเจ้า” ของตนเป็นเครื่องยึดถือ ถ้าเขายังไม่รู้จักพระพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้อง เขาก็ย่อมทึกทักเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่าเป็นพระพุทธเจ้าไปก่อน ไม่เป็นคนว้าเหว่ เขาจะต้องมีอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นองค์พระพุทธเจ้าของเขา
 
เช่นเดียวกับตัวความจริงที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ใครรู้อะไรเพียงเท่าไหน ก็เป็นความจริงของเขาเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อเขาเข้าใจว่าอะไรเป็นพระพุทธเจ้า สิ่งนั้นก็เกิดเป็น “พระพุทธเจ้าของเขา” ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งที่ถูกขนานนามว่าพระพุทธเจ้า จึงมีอยู่ในลักษณะและขนาดมาตรฐานต่างๆ กัน แล้วแต่ความยึดถือของคนเป็นชั้นๆ ไป
 
003 cr
 
สำหรับเด็กเล็กๆ ถ้าถามว่าอะไรเป็นพระพุทธเจ้าก็จะมีความรู้สึกในตัววัตถุบางอย่างเช่น พระพุทธรูปในโบสถ์เป็นต้น ว่าเป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งอาจเป็นตุ๊กตาชนิดหนึ่งก็ได้ทำด้วยอิฐด้วยปูนหรือทองเหลืองทองคำก็ได้ เด็กที่เล็กที่สุดมีความรู้สึกว่านั่นเป็นพระพุทธเจ้าของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ไม่ได้ แต่เราก็ยกเว้นเป็นการให้อภัยแก่เด็ก
 
ทีนี้ก็มาถึงคนโตๆ เป็นผู้ใหญ่แล้ว กระทั่งคนเฒ่าคนแก่ ซึ่งมีการกล่าว พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ฯลฯ อยู่ทุกๆ คราวที่มีการรับศีลฟังธรรมเทศนา ซึ่งกว่าจะตายก็นับได้ร้อยครั้งพันครั้ง, ในปัญหาเดียวกันที่ว่าอะไรเป็นพระพุทธเจ้าของเขา เราก็ยังกล้ากล่าวได้อีกเหมือนกันว่า ไม่มีเหมือนกันทุกคน ต่างคนหรือต่างพวกล้วนแต่มีพระพุทธเจ้าของตัวไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
 
คนที่เข้าถึงพระพุทธเจ้าแต่ในทางวัตถุ ไม่สูงถึงทางจิตก็ย่อมจะมีความรู้สึกของตัวเองถึงสมัยเมื่อสองพันปีกว่ามาแล้วว่ามีเลือดเนื้อกลุ่มหนึ่ง เดินท่องเที่ยวสั่งสอนประชาชนอยู่ในประเทศอินเดีย และนั่นคือองค์พระพุทธเจ้าแท้ๆ ซึ่งข้อนี้จะดีไปกว่าที่จะเห็นเป็นทองเหลืองหรือทองคำที่เขาหล่อเป็นพระพุทธรูปเพียงนิดหน่อยเท่านั้น
 
ถ้าว่ากันโดยความจริงในด้านวัตถุแล้ว สำหรับเลือดเนื้อกลุ่มนั้น จะเป็นพระพุทธเจ้ามากไปกว่าในก้อนทองเหลืองทองแดงไปไม่ได้เลย มิหนำซ้ำพระองค์เองก็ยังทรงปฏิเสธว่า นั่นไม่ใช่ตถาคต
 
“แม้เขาจะคอยจับมุมจีวรของเราดึงเอาไว้ ไปทางไหนไปด้วยกันทั้ง กลางวันกลางคืน ถ้าไม่เห็นธรรมะแล้ว ไม่ชื่อว่าเห็นตถาคตเลย.”
 
พระองค์ทรงปฏิเสธไว้อย่างนี้ ซึ่งเรากล่าวได้ว่าเป็นการตะครุบเอาพระพุทธเจ้าผิดเข้าอีกครั้งหนึ่ง และควรได้รับอภัยทำนองเดียวกับเด็กเล็กๆ ข้างต้นนั้นเหมือนกัน
 
c00270
 
เมื่อได้ปฏิเสธพระพุทธเจ้าโดยพระพุทธรูป โดยวัตถุหรือร่างกายของพระองค์เองเสียแล้ว ก็ยังเหลืออยู่แต่ทางจิตใจ หรือทางนามธรรมโดยวงกว้าง ซึ่งเป็นการควานหาได้โดยยากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นความผิดพลาดก็มีช่องทางมากขึ้นตามส่วน และยิ่งเป็นช่องโหว่ที่จะทำให้เกิดมีการคว้าองค์พระพุทธเจ้าเอามาในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างวิตถารพิสดารเหลือที่จะคาดหมายจึงเกิดเป็นการยึดถือเอาตามความรู้ตามการศึกษาและศรัทธาของตนเอง เป็นพระพุทธเจ้าอย่างนั้นอย่างนี้เป็นดวงลอยโชติช่วงก็มี เป็นสายก็มี เป็นสีอย่างนั้น เป็นสีอย่างนี้สามารถจะอัญเชิญให้ลอยมาที่นั่นที่นี่ได้ อ้อนวอนให้ทำกิจบางอย่าง หรือพาไปที่นั่นที่นี่ก็ได้ ถึงกับจัดตั้งอาหารคาวหวานไว้ส่วนหนึ่ง
 
สำหรับพระพุทธเจ้าที่เขาเชิญมามีมากมายหลายแบบ จนเหลือที่จะนำมากล่าวให้หมดสิ้นได้ รวมความว่าเขายึดถือเอาสิ่งนั้นเป็นองค์พระพุทธเจ้าของเขาที่สูงไปกว่านั้นก็ยึดถือว่า พระพุทธเจ้าคือตัวอัตตาที่บริสุทธิ์ไม่เกิดไม่ตาย มีอยู่ในทุกแห่ง พร้อมที่จะปรากฏทุกเมื่อ ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าวิถีแห่งพุทธธรรมของเขามาสิ้นสุดลงเพียงนี้
 
ยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีก เราจะสังเกตเห็นได้ว่า แม้ที่สุดแต่ความรักในองค์พระพุทธเจ้าของบุคคลบางคนที่เป็นอริยบุคคลขั้นต่ำยังไม่ถึงพระอรหันต์ (เช่นพระอานนท์ ในสมัยที่พระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่) ทั้งๆ ที่รู้จักลู่ทางแห่งพุทธธรรมอย่างถูกต้อง วิถีแห่งพุทธธรรมของท่านยังไม่วายถูกสกัดไว้ด้วยภูเขา กล่าวคือองค์พระพุทธเจ้าที่ท่านยึดถือไว้ด้วยความรักของท่านเอง
 
ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงพระพุทธเจ้าชนิดที่เป็นดวงเป็นแสง อันเป็นที่ตั้งแห่งความรักจนหลงใหลเหล่านั้นเลย และในขั้นสุดท้าย อาจกล่าวได้ว่าถ้ายังมีความยึดถือว่ามีตัวตนที่เป็นนั่นเป็นนี่ เช่น เป็นพระพุทธเจ้า เป็นต้น อยู่เพียงไร ก็ยังหมายความว่าวิถีแห่งพุทธธรรมของเขาไปได้เพียงแค่นั้นเท่านั้น โดยเผชิญกันอยู่กับภูเขาแห่งความยึดถือลูกนั้น
 
เมื่อใดพระพุทธเจ้าของเขามาเกิดเป็น "ของว่างจากความมีตัวตน" เช่นเดียวกับสิ่งทั้งปวงแล้ว ภูเขามหึมานั้นก็พังทลายไปเองโดยรอบตัว

ส่วนหนึ่งของปาฐกถาพิเศษ
ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม
แสดงโดย ภิกขุ พุทธทาส อินฺทปญฺโญ
ณ พุทธสมาคม กรุงเทพฯ
ที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๙๐

อ่านฉบับเต็มออนไลน์ http://bit.ly/2eI0rQW
ดาวโหลด http://bit.ly/2eZTMOQ
หนังสือเล่มอื่น ๆ http://bit.ly/2w3bmY3