Recommend Print

พุทธธรรมเสรีธรรม - มรดกธรรมพุทธทาส

อ.จ พทธทาส 272

ในอารยธรรมมนุษยชาติที่ผ่านมา ถ้าเรามองว่ามีวิธีระบบอธิบายความจริงอะไรบ้าง ดิฉันคิดว่ามี ๔ แบบใหญ่ ๆ ด้วยกัน

แบบที่ ๑ แบบสายเลือดบรรพบุรุษ เป็นคำของหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงซึ่งอธิบายแม่น้ำ สำหรับชนเผ่าอินเดียนแดง แม่น้ำไม่ใช่แม่น้ำเท่านั้น แต่เป็นสายเลือดของบรรพบุรุษ ส่วนวิทยาศาสตร์เห็นน้ำ เรียกว่า เป็นไฮโดรเจนสอง ออกซิเจนหนึ่ง เวลาเราเห็นด้วยตาในระดับวัฒนธรรม แม่น้ำก็คือแม่น้ำ แต่วิทยาศาสตร์เรียกว่า H2O

แบบที่ ๒ แบบพระเจ้าสร้างโลก คือ วิธีที่บอกว่า พลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่มาของโลกธรรมชาติที่เราเห็น รวมทั้งที่มาของมนุษย์ด้วย เวลาคนที่เชื่อในพระเจ้าเห็นโลกหรือศึกษาโลก เขาไม่ได้สนใจแค่ความรู้ที่เกี่ยวกับโลก เขาจะแสวงหาพระเจ้าด้วย

แบบที่ ๓ คือ แบบอาจารย์พุทธทาส แบบธรรมะคือธรรมชาติ ทำให้เราเห็นว่าธรรมชาตินี่ให้ความจริง แต่ไม่เพียงเท่านั้นเป็นความจริงที่ใช้ดับความทุกข์ได้ด้วย อันนี้คือมรดกทางธรรมของอาจารย์พุทธทาส ในแง่ของพุทธธรรมที่เป็นตัวอธิบายความจริง

แบบที่ ๔ คือ แบบการมองว่าโลกธรรมชาติคือวัตถุสสาร อันนี้เป็นแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งโลกธรรมชาติถูกอธิบายด้วยสัญลักษณ์เชิงสสาร ที่ไม่มีชีวิต ไม่มีวิญญาณ ไม่มีความสัมพันธ์เชิงจิตวิญญาณแก่เรา โลกที่เห็น ต้นไม้ก็เป็นแคลเซียม โปรแตสเซียม อะไรก็ว่าไป น้ำก็เป็น H2O...

วิธีอธิบายโลก ๔ แบบนี้ อธิบายโลกต่างกันอย่างไร สมมติเราเห็นแกะตัวหนึ่งมีขนปุกปุย หยิก ๆ ตัวกลม ๆ น่ารัก ถ้าคิดแบบแรก แกะจะเป็นพี่น้องกับเรา อยู่ในครอบครัวแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย คิดแบบที่ ๒ ต้องบอกว่าพระเจ้าสร้างแกะไว้ให้เราดูแลและใช้ประโยชน์ แต่เราก็ต้องดูแลแกะด้วย คิดแบบที่ ๓ แบบพุทธจะบอกว่า แกะตัวนี้เป็นสัตว์ร่วมทุกข์ แบบที่ ๔ คิดว่าแกะมีไว้รับใช้มนุษย์ ขนแกะไม่ได้มีไว้ให้แกะอบอุ่น ขนแกะมีไว้ให้มนุษย์อบอุ่น เกิดอุตสาหกรรมปศุสัตว์อย่างปัจจุบันนี้ พูดถึงประโยชน์ของสัตว์ โดยนิยามจากความต้องการของมนุษย์เท่านั้น...

งานของอาจารย์พุทธทาสสำคัญอย่างไร สำคัญเพราะว่าท่านบอกว่า ธรรมะคือธรรมชาติ ท่านกำลังปลดปล่อยโลกธรรมชาติออกจากวัตถุสสารเท่านั้น ท่านไม่ได้ปฏิเสธว่าโลกธรรมชาติเป็นวัตถุสสาร แต่ถ้าเราบอกว่าธรรมะคือธรรมชาติ ท่านกำลังปลดปล่อยโลกธรรมชาติออกจากวัตถุสสสาร และไม่เพียงเท่านั้น ท่านกำลังปลดปล่อยพุทธธรรมออกจากอนุรักษ์นิยม และชาตินิยม รัฐนิยมด้วย

.จ_พทธทาส__289.JPG

อาจารย์พุทธทาสใช้คำๆ หนึ่ง คือ “อริยวิทยาศาสตร์” ดิฉันสนใจคำนี้มานานและคิดเรื่องนี้มาพอสมควร ดิฉันคิดว่าท่านกำลังพยายามจะบอกเราว่า วิทยาศาสตร์ในฐานะระบบที่ให้ความรู้กับความจริง สนใจแต่มิติกายภาพเท่านั้น และวิทยาศาสตร์ในฐานะที่เป็นสถาบันแห่งความรู้ของสังคม ก็ได้รับใช้ทุนนิยมกับบริโภคนิยม

ด้วยเหตุนี้ ในฐานะชาวพุทธ ในฐานะของผู้ใฝ่ศึกษาพุทธธรรม ดิฉันคิดว่าอาจารย์พุทธทาสกำลังบอกเราว่า ทำไมถึงต้องมีมิติอริยวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อย่างที่เป็นอยู่ไม่พอ ถ้าเราหาอริยวิทยาศาสตร์ได้ เราถึงจะแก้ปัญหาความทุกข์แล้วให้เสรีภาพมนุษย์ได้อย่างแท้จริง เพราะเสรีภาพที่แท้จริงในทางพุทธ คือ เสรีภาพจากกิเลสตัณหาของตนเอง ไม่ใช่เสรีภาพที่จะตอบสนองกิลเสสตัณหาของตนเอง...

ถ้าเราไม่หลอกตัวเอง เราก็พอจะนึกภาพออกว่า ทิศทางของสังคมการเมืองที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย ดิฉันว่าเป็นไปทั่วโลก สนใจสามคำเท่านั้น คือ อำนาจ ความมั่งคั่ง และ การบริโภค แต่ ๓ คำนี้ถูกเคลือบฉาบด้วยคำอื่นซึ่งฟังดูดีกว่า เช่น ประชาธิปไตย ตลาดเสรีอะไรแบบนี้ ทำให้ฟังดูดีขึ้นนิดหน่อย แต่จริง ๆ ๓ คำนี้คือตัว ชักนำ ชี้นำ และ ครอบงำทิศทางเป้าหมายของสังคมการเมืองแทบจะทุกสังคมก็ว่าได้ แต่ทิศทางแบบนี้ที่ทำให้ราคาที่โลกต้องจ่ายไปมันแพงมาก ทั้งในแง่มนุษย์และสิ่งแวดล้อม ถ้าทิศทางสังคมการเมืองเป็นแบบนี้ วิธีมองโลกที่เหลือทั้งหมดหรือเป้าหมายของชีวิตทั้งหมด มันกลายเป็นว่า จะทำอย่างไรถึงจะทำให้โลกธรรมชาติ หรือ สิ่งแวดล้อมเป็นที่มาแห่งทรัพย์ ที่มาแห่งความมั่งคั่งของเรา

คำว่า "ทรัพยากรธรรมชาติ" ทำให้เราเห็นธรรมชาติเพียงมิติ ในฐานะที่มาแห่งทรัพย์ เพื่อประโยชน์ของเราเท่านั้น ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่หลวงมาก ซึ่งมนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ในสังคมไทยและในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลก

เวลาเราใช้คำว่า "เสรีภาพ" ที่ใช้ ๆ กันในกรอบใหญ่ของ อำนาจ ความมั่งคั่ง และบริโภค ในนั้นก็มีคำๆ หนึ่ง ที่เรียกว่า "เสรีภาพ" แต่เสรีภาพในกรอบ ๓ คำนี้ จริงๆ เป็นเสรีภาพที่เป็น "ทาสความต้องการ" ของเรา ไม่ใช่เสรีภาพที่จะเป็น "เจ้านายของความต้องการ" ของเรา

เพราะฉะนั้นเวลาอาจารย์พุทธทาสพูดถึง "ธรรมาธิปไตย" "ธัมมิกสังคมนิยม" "ทศพิธราชธรรมของประชาชน" ดิฉันคิดว่าอาจารย์พุทธทาสพยายามจะบอกว่า เป้าหมายของสังคมการเมือง หรือแม้แต่ประชาธิปไตยแบบแคบๆ คือ การเลือกตั้ง หรือ อะไรก็แล้วแต่ที่เราเข้าใจ อาจจะไม่พอ เพราะเป้าหมายที่สำคัญกว่านั้น คือ เป้าหมายของพุทธธรรม เสรีธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งแปลว่า สังคมต้องคิดถึงเป้าหมายของตัวเองที่ทะลุกรอบความมั่งคั่ง อำนาจ และบริโภคนิยม ต้องคิดถึงเรื่องความถูกต้อง เรื่องสันติธรรม ยุติธรรมด้วย ตรงนั้นถึงจะเกิดพุทธธรรมเสรีธรรมอย่างแม้จริง ไม่ใช่คำว่าเสรีภาพถูกใช้ไปเพื่อรับใช้อำนาจ ความมั่งคั่ง และการบริโภค

มรดกธรรมของอาจารย์พุทธทาสที่สำคัญ คือ ถ้าพุทธศาสนาในความหมายของระบบอธิบายความจริงและศีลธรรม ไม่สามารถหลุดออกจากกรอบแบบอนุรักษ์นิยมหรือชาตินิยมรัฐนิยมได้ ตัวพุทธธรรมเองจะไม่มีพลังพอเพื่อสร้างทางเลือกในการคิดถึงเป้าหมายของสังคมที่ใหญ่กว่าได้

ศ.ดร.สุวรรณา สถาอานันท์

เรียบเรียงจาก หนังสือ ธรรมโฆษณ์ มรดกธรรมพุทธทาสภิกขุ

สนพ. สุขภาพใจ