Recommend Print

พุทธทาสกับเซ็น - ภาพปริศนาธรรม : เสียงขลุ่ยกลับมากอไผ่

02.jpg

ภาพแรกนี้ เป็นภาพลำไม้ไผ่ ท่านเห็นได้ว่าเป็นภาพลำไม้ไผ่

นี่ขอทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า ภาพชุดนี้ไม่ได้สวยงามทางวิจิตรศิลป์ ทางอะไรเลย เป็นศิลป์ในทางแสดงความคิดเห็น ในเมืองไทย ไม่ค่อยจะพูดกันถึงว่า มีศิลป์ชนิดหนึ่ง คือศิลป์ในการแสดงความคิดเห็น ถ้าว่า “ศิลป์” ละก็ มักจะเป็นเรื่องสวยงาม ประณีต บรรจง ไพเราะ อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ศิลป์ที่ดีกว่านั้นก็คือ ศิลป์แห่งการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ ตลอดถึงการดำรงชีวิตอยู่เหนือความทุกข์ นั่นแหละเป็น ยอดของศิลป์

เดี๋ยวนี้เราเห็นภาพลำไม้ไผ่ลำหนึ่งเท่านั้น เรียกว่า “ภาพเสียงขลุ่ยกลับมาหากอไผ่” ตามความรู้สึกธรรมดา คนทั่วไปที่รู้จักขลุ่ย ก็รู้ว่าขลุ่ยนี่ทำจากไผ่ที่ตัดมาจากกอไผ่ เอามาทำเป็นขลุ่ย แล้วก็เป่าเสียงไพเราะ

เป่าแล้วเสียงนั้นไปไหน ?

คน ๆ นี้เขาบอกว่า เสียงทั้งหมดนั้นกลับไปหากอไผ่ ที่หายไปในจักรวาลนี้ คือมันกลับไปหากอไผ่ เป็นธรรมะชั้นที่ลึก ธรรมะชั้นที่ลึกว่า ไม่ว่าอะไร ๆ ที่ปรุงแต่งกันขึ้นมา เป็นนั่น เป็นนี่ มากมายเต็มไป ในที่สุดมันก็ดับ ไปสู่ความดับ คือสู่ความไม่มีอะไรเหมือนทีแรก

ความไม่มีอะไรถูกปรุงขึ้นมาเป็นมีอะไร มีอะไรไปพักหนึ่ง แล้วก็ดับไปสู่ความไม่มีอะไร เหมือนเสียงขลุ่ยเป็นต้น เป่าเป็นเสียงแล้วก็กลับไปหากอไผ่ พูดให้เป็นธรรมะลึกหน่อยก็ว่า ความเกิดนี่ เกิดเพื่อดับ สิ่งที่มีความเกิด ย่อมมีความดับเป็นธรรมดา

เสียงขลุ่ยก็เป็นความเกิด แล้วมันก็ดับเป็นธรรมดา มันก็กลับเข้าไปในกอไผ่ ทุกอย่างที่เป็นสังขาร จะมีลักษณะอย่างนั้น เช่นว่า ไอน้ำที่แดดเผาจากทะเลเป็นเมฆ ขึ้นไปเป็นเมฆฝน แล้วตกกลับลงมา ก็กลับลงมาสู่ทะเลอีก หรือว่าอะไรก็ตามที่มันวุ่นวายโกลาหลกันขึ้นมาเป็นการใหญ่ ในที่สุดมันก็หมดฤทธิ์ แล้วมันก็ดับลงไปสู่ความว่างหรือความไม่วุ่นวายอีก

เราถือเอาคติข้อนี้ให้ได้ว่าบรรดาความวุ่นวายทั้งหลายนั้น เราจะจัดให้กลายเป็นความว่างในสภาพเดิมอันเร็วที่สุด อย่าให้วิกฤติการณ์อันนี้อยู่นาน เผาผลาญให้เกิดความทุกข์ความร้อน ความยุ่งยากลำบาก เพราะว่าทุกอย่างมันต้องดับ เกิดมาแล้วต้องดับ ฉะนั้น หาทางให้มันได้ดับ ส่งเสริมให้มันได้ดับ ดับในเวลาอันเร็ว ก็จะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง คือไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความวุ่นวายนั้นมากเกินไป

 c00239_cr.jpg

ข้อความทั้งหมดนี้ สรุปได้เป็นคำกลอนว่า :-

“เสียงขลุ่ยหวน กลับมา หากอไผ่”
จงคิดให้ เห็นความ ตามนี้หนอ
ว่าไผ่ลำ ตัดไป จากไผ่กอ
ทำขลุ่ยพอ เป่าได้ เป็นเสียงมา

เสียงก็หวน กลับมา หากอไผ่
เป่าเท่าไร กลับกัน เท่านั้นหนา
เหมือนไอน้ำ จากทะเล เป็นเมฆา
กลายเป็นฝน กลับมา สู่ทะเล

เหมือนตัณหา พาคน ด้นพิภพ
พอสิ้นฤทธิ์ ก็ตลบ หนทางเห
วิ่งมาสู่ แดนวิสุทธิ์ หยุดเกเร
ไม่เถล ไถลไป ที่ไหนเลย

“อันความวุ่น วิ่งมา หาความว่าง”
ไม่มีทาง ไปไหน สหายเอ๋ย
ในที่สุด ก็ต้องหยุด เหมือนอย่างเคย
ความหยุดเฉย เป็นเนื้อแท้ แก่ธรรมเอย ฯ

ผู้มีความสนใจในความจริงข้อนี้ จะเป็นผู้ที่ไม่มีความหวาดกลัวอะไร ๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นความวุ่นวายใด ๆ ในที่สุดมันก็หวังได้ว่ามันจะกลับไปสู่ความสงบ อย่าตื่นเต้น อย่าตื่นตูมไปในทางที่จะรัก จะโกรธ จะเกลียด จะกลัว ขอให้เป็นผู้สามารถควบคุมชีวิตไว้ในลักษณะอย่างนี้

หมายเหตุ ภาพปริศนาธรรม ชุด โทรเลขจากเซ็น เป็นภาพที่จัดแสดงที่โรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโมกขพลาราม คำว่าโทรเลข ก็เป็นอันที่รู้กันว่า มันเป็นเรื่องด่วน ข่าวด่วน ต้องรีบบอก หรือ ข่าวสำคัญ