Recommend Print

พุทธทาส – สร้างสังคมที่ประกอบไปด้วยธรรม

.จ_พทธทาส__635_crsm.jpg

ไม่ว่าจะเป็นวัตถุนิยมในแบบฉบับทุนนิยม...วัตถุนิยมในแบบฉบับสังคมนิยม...ต่างก็เป็นสิ่งที่ท่านพุทธทาสแสดงการ “ปฏิเสธ” ด้วยกันทั้งสิ้น

ในช่วงที่ท่านพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่ ท่านพุทธทาสนั้นได้ชื่อว่าเป็นพระที่มีความคิดก้าวหน้า ทันสมัยเอามากๆ อันเนื่องมาจากข้อเขียนและคำเทศนาของท่านจำนวนไม่น้อย มักจะเกี่ยวโยงถึงเรื่องราวการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งระบบการศึกษาในปัจจุบัน (การศึกษาแบบตะวันตก) ฯลฯ อยู่บ่อย ๆ และภายใต้การพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ หลายต่อหลายครั้งท่านได้โจมตีความเลวร้ายของ “วัตถุนิยม” ที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับระบบทุนนิยมหรือกระแสบริโภคนิยมที่ทะลักเข้ามาครอบงำสังคมไทยอย่างไม่ขาดสาย

เมื่อคอมมิวนิสต์แสวงหาแนวร่วมต่อต้านวัตถุนิยมที่สวนโมกข์

ในช่วงเมื่อประมาณ ๒๐ – ๓๐ ปีที่แล้ว (บทความตีพิพม์เมื่อปี ๒๕๔๙) ลักษณะอาการของท่านพุทธทาสที่เป็นเช่นนี้ ได้เคยก่อให้เกิดแรงดึงดูดใจต่อบรรดาสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหลายต่อหลายรายที่เชื่อว่า “ลัทธิมาร์กซ์-เลนิน” เป็นลัทธิการเมืองเศรษฐกิจที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับลัทธิทุนนิยม เป็นแนวความคิดที่มีความก้าวหน้า ทันสมัยเอามากๆ สามารถนำมาใช้สร้างสังคมให้มีความสุข ความสงบ ความถูกต้องยุติธรรมให้กับสังคมต่าง ๆ ได้อย่างดีที่สุด...

นอกจากจากจะเห็นท่านพุทธทาสกล่าวโจมตีความเลวร้ายของระบอบทุนนิยมอันเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตัวเองแล้ว ยังเกิดความประทับใจที่ท่านได้แสดงความชื่นชมกับสิ่งที่เรียกว่า “สังคมนิยม” เพียงแต่สังคมนิยมในแนวของท่านพุทธทาสนั้น ท่านเรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม” ไม่ใช่สังคมนิยมแบบลัทธิมาร์กซ์แต่ประการใด

แต่ก็ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้นี่แหละ ที่ว่ากันว่าทำให้ชาวคอมมิวนิสต์ไทยบางรายถึงกับพยายามจะเข้าไปทำการ “จัดตั้ง” ท่านพุทธทาสและลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกันถึงในวัดกันเลยทีเดียว...หรือไม่ก็พยายามหา “จุดร่วม” ที่ทำให้ “พุทธศาสนา” กับ “มาร์กซิสต์” นั้นกลายเป็นเรื่องเดียวกัน สามารถไปด้วยกันได้ อันอาจจะมีผลทำให้ท่านพุทธทาสและลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากมายของท่านกลายมาเป็น “แนวร่วมสังคมนิยม” หรือ “แนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์” กันในท้ายที่สุด

แต่ไปๆ มาๆ แล้ว ว่ากันว่าแนวคิด “สังคมนิยมตามแบบฉบับพุทธทาส” กับ “แนวคิดสังคมนิยม ตามแบบฉบับมาร์กซ์-เลนิน” นั้นก็เกิดอาการไปด้วยกันไม่ได้ ตั้งแต่ต้น...และเหตุที่ไปด้วยกันไม่ได้หรือไม่สามารถกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้ง่าย ๆ ก็น่าจะมาจากสิ่งที่เรียกๆ กันว่า...“วัตถุนิยม” นั่นเอง

ในขณะที่ท่านพุทธทาสโจมตีความเลวร้ายของระบบทุนนิยม...ท่านพุทธทาสก็มอง วัตถุนิยมตามแนวคิดของมาร์กซ์-เลนินว่า ก็เป็นอาการ “นิยมวัตถุ” อีกด้วยเช่นกัน...???  ไม่ว่าจะเป็นวัตถุนิยมในแบบฉบับทุนนิยม...วัตถุนิยมในแบบฉบับสังคมนิยม...ต่างก็เป็นสิ่งที่ท่านพุทธทาสแสดงการ “ปฏิเสธ” ด้วยกันทั้งสิ้น โอกาสที่พรรคคอมมิวนิสต์ไทยจะดึงท่านพุทธทาสมาเป็นแนวร่วมจึงไม่เคยประสบผลสำเร็จใด ๆ ตรงกันข้าม บรรดาแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ไทยรวมไปถึงระดับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จำนวนไม่น้อย ก็กลับกลายมาเป็นแนวร่วมของท่านพุทธทาสไปแทนที่  บรรดาอดีตนักสังคมนิยมที่เคยเลื่อมใสศรัทธามาร์กซ์-เลนินจำนวนไม่น้อย และได้มีโอกาสหันมาศึกษาคำสั่งสอนเทศนาของท่านพุทธทาสภิกขุกันในภายหลัง ต่างก็ค่อย ๆ ทยอยทิ้งสังคมนิยมตามแบบฉบับมาร์กซ์-เลนิน หันมาให้ความสนใจ ศรัทธา เลื่อมใสในสังคมนิยมตามแบบฉบับของพุทธทาสกันเป็นราย ๆ ไป

สังคมนิยมอันไม่ได้มีต้นรากมาจากแนวคิด “วัตถุนิยม” แต่เป็นสังคมนิยมที่มีรากฐานมาจากแนวคิดของฝ่ายศาสนาในแบบที่เรียกๆ กันว่า “จิตนิยม” นั่นเอง...แต่กลับจะเป็นสิ่งที่ดูก้าวหน้า ทันสมัยและดูจะสอดคล้องกับความเป็นไปของโลกในขณะนี้ยิ่งขึ้นทุกที...???

 

ความพยายามนำพามนุษย์ออกมาจากวัตถุนิยมตามปณิธานของท่านพุทธทาส เป็นความพยายามที่จะฉุดดึงผู้คนออกมาจากแนวคิดหรือทัศนคติแบบวัตถุนิยมทุกรูปแบบ ไม่ว่ามันจะปรากฏตัวอยู่ในรูปแบบของระบบการเมือง เศรษฐกิจ ระบบการศึกษาหรือวิธีคิดในระบบสังคมต่าง ๆ ก็ตาม

 

วัตถุนิยมกับศาสนา

อันที่จริงรากฐานความเป็นมาของศาสนานับตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นภายใต้รากฐานทางความคิดที่แตกต่างไปจากแนวคิดแบบวัตถุนิยมมาด้วยกันทั้งนั้น หรือ เกิดภายใต้การยอมรับต่อบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปยิ่งกว่าวัตถุสสาร พื้นฐานแนวคิดในลักษณะดังกล่าวย่อมทำให้ “ความจริง” ของสรรพสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นไปของ “วัตถุสสาร” อย่างที่พวกนักวัตถุนิยมยึดมั่นเอาไว้เพียงแค่การดิ้นรนหาสิ่งที่มาตอบสนองความต้องการในทางวัตถุ เช่น การกิน การดื่ม การมีที่อยู่อาศัย และเครื่องนุ่มห่ม...

สำหรับท่านพุทธทาสนั้น แม้นว่าท่านจะเคยทำให้พวก “สังคมนิยมแบบมาร์กซิสต์” ติดอกติดใจด้วยการแสดงความชื่นชมต่อคำว่า “สังคมนิยม” และโจมตีความเลวร้ายของ “ทุนนิยม” เอาไว้มากมาย แต่แนวคิดทั้งหลายทั้งปวงของท่านพุทธทาสก็ไม่เคยเบี่ยงเบนเฉไฉออกไปจากแนวคิดที่เป็นรากฐานของศาสนาทั้งหลายเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้เพียงแต่ยืนหยัดต่อแนวคิดเหล่านี้ในนามของ “ศาสนาพุทธ” แต่เพียงเท่านั้น แต่พยายามขยายคำอธิบายเพิ่มเติมให้ครอบคลุมไปถึงแนวคิดที่ปรากฏอยู่เป็นพื้นฐานของศาสนาแทบทุกศาสนา

ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายถึง “ธรรมชาติที่อยู่เหนือการปรุงแต่ง” ที่มีมาก่อนหน้าที่ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลจะอุบัติขึ้นมา (อุปฺปทา วา ภิกฺขเว ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตา วสา ธาตุ) หรือธรรมชาติที่ไม่มีใครเป็นผู้สร้าง ผู้ก่อกำเนิด ที่ดำรงอยู่ก่อนหน้าสรรพสิ่งต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในเบื้องต้น เบื้องกลาง เบื้องปลาย ธรรมชาติที่อยู่เหนือกาลเวลา ที่มีแสงสว่างอันคาดคำนวณไม่ได้ มีอายุอันคาดคำนวณไม่ได้ ที่ท่านเรียกขานไว้ว่า “ไกวัลยธรรม” ได้ถูกทำให้กลืนกับสิ่งที่ศาสนาต่างๆ เรียกขานกันว่า “พระผู้เป็นเจ้า” ได้อย่างลงตัว จนคำพูดของ “อัครทูตยอห์น” ที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ที่ว่าด้วย.... “ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า...พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์”....ฯลฯกลายเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งสูงสุดที่ปรากฏอยู่ในพุทธศาสนา ศาสนาฮินดู เต๋า อิสลาม...ฯลฯ หรือ “กฎ” กับ “ก๊อด”(God) กลายเป็นสิ่งเดียวกัน

 

c01740_cr.jpg

 

ความพยายามนำเอาแนวความคิดที่เป็นรากฐานของฝ่ายศาสนาทุกศาสนามาเชื่อมโยงกันในลักษณะที่ว่านี้...ก็จึงไม่แตกต่างอะไรไปจากความพยายามทำให้ผู้อื่นที่นับถือศาสนาต่างๆ เกิดความเข้าใจต่อที่มา-ที่ไปของศาสนาที่ตัวเองนับถือ...หรือทำให้เกิดการเข้าถึง “แก่นสาระ” ในความเป็นศาสนานั่นเอง ซึ่งนอกจากมันจะทำให้เกิด “ความสมานฉันท์ในทางศาสนา” ขึ้นมาได้แล้ว มันยังทำให้เกิดการมองเห็นความแตกต่างระหว่างแนวคิดของฝ่ายศาสนากับฝ่ายวัตถุนิยม จนนำไปสู่ “การปฏิเสธ” หรือนำพามนุษย์ออกมาจากวัตถุนิยมหรือบริโภคนิยมขึ้นมาได้ รวมทั้งสามารถนำเอาศีลธรรมกลับคืนมาสู่โลกในอนาคตข้างหน้าได้ด้วย

ความพยายามนำพามนุษย์ออกมาจากวัตถุนิยมตามปณิธานของท่านพุทธทาส เป็นความพยายามที่จะฉุดดึงผู้คนออกมาจากแนวคิดหรือทัศนคติแบบวัตถุนิยมทุกรูปแบบ ไม่ว่ามันจะปรากฏตัวอยู่ในรูปแบบของระบบการเมือง เศรษฐกิจ ระบบการศึกษาหรือวิธีคิดในระบบสังคมต่าง ๆ ก็ตาม....อาจพูดได้ว่า...เป็นความพยายามที่จะ “เปลี่ยนย้ายกระบวนทัศน์” ที่ครอบงำมนุษยชาติมาในตลอดศตวรรษเลยก็ว่าได้

ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

เรียบเรียงจาก พุทธทาสยังอยู่ไปไม่มีตาย

#๑๑๑ปีพุทธทาส #พุทธธรรมกับสังคม


ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๑ ปี พุทธทาสภิกขุ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และธรรมภาคีเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันจัดงาน ๑๑๑ ปี พุทธทาส “พุทธธรรมกับสังคม” ขึ้น โดยเน้นประเด็นที่สังคมโลกและสังคมไทยกำลังแสวงหาหนทางเพื่อการฟื้นฟูในหมู่มนุษยชาติใน ๔ ประเด็น ได้แก่ จิตใจและปัญญา-ญาณ (Mind & Spirituality), เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Economic & Sustainable Development), สังคมกับการเมือง (Socio-politics)และการสานงานของพุทธทาสภิกขุ (The Works and Legacy of Buddhadasa Bhikkhu) งานสัมมนาฯ จะมีขึ้นที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.bia.or.th/html_th/site-content/40-news/653-111_653.html