Recommend Print

พุทธทาส - พระผู้มีความกล้าหาญทางจิรยธรรม

c00100.jpg
 
การมีความกล้าหาญทางจริยธรรม หมายถึง การมีความกล้าที่จะใช้ปัญญาเพื่อคิดพูดทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามอย่างอาจหาญ ตรงไปตรงมา และอย่างปราศจากอคติโดยประการทั้งปวง 
 
ท่านพุทธทาสสอนพุทธศาสนาตลอดชีวิตของท่านด้วยท่าทีเช่นนี้มาโดยตลอด เช่น ครั้งหนึ่งท่านเคยกล่าวในการปาฐกถาธรรมว่า พระพุทธเจ้าบังพุทธภาวะ พระคัมภีร์บังพระธรรม และลูกชาวบ้านบังพระสงฆ์ การกล่าวเช่นนี้ทำให้ท่านถูกโจมตีมากว่าขาดคารวธรรมต่อพระรัตนตรัย แต่ท่านก็กล้าที่จะทานกระแสอันเชี่ยวกรากของสังคม จนเมื่อเวลาผ่านไปก็มีคนเข้าใจท่านมากขึ้นทุกที จนบัดนี้ เราต่างเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า พระพุทธเจ้าที่ถูกทำให้เป็นเทพและที่ถูกแปรรูปให้เป็นเพระเครื่อง พระกริ่ง พระสมเด็จนั้นบังพุทธภาวะหนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนเพียงไร
 
...ความกล้าหาญทางจริยธรรมของท่านพุทธทาสยังแสดงออกผ่านการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างเผ็ดร้อนชนิดที่พระสงฆ์กระแสหลักไม่กล้าหรือไม่คิดจะทำอย่างเด็ดขาดอีกด้วย ประเด็นเหล่านี้ก็เช่น
  • การวิจารณ์การเมืองและนักการเมือง (ที่ขาดธรรมะ) ว่าเป็นเรื่องโสมมและสามานย์ พร้อมกันนั้นท่านก็เสนอระบบการเมืองใหม่ที่เรียกว่า "ธรรมิกสังคมนิยม" และนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า "นักการเมืองโพธิสัตว์" ขึ้นมาให้เป็นทางเลือกอีกต่างหาก

  • การวิจารณ์ระบบการศึกษาว่าเป็นการศึกษาหมาหางด้วน เพราะไม่เหลียวแลเรื่องการมีชีวิตที่ดีงาม การควบคุมสัญชาติญาณ หากแต่มุ่งสอนเฉพาะวิชาชีพเพียงอย่างเดียว ละเลยวิชาชีวิต ผลก็คือ ในสังคมไทยเต็มไปด้วยคนมีการศึกษา มีปัญญาแต่ขาดจริยธรรมกำกับการใช้ปัญญานั้น (จึงกลายเป็นปัญญาแบบศรีธนญชัย)... ท่านพุทธทาสพูดเรื่องนี้มากว่า 50 ปีแล้ว แต่ยังทันสมัย สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความกล้าหาญทางจริยธรรมของท่าน แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ทางธรรมและทางสังคมของท่านว่า ไกลกว่าคนในยุคสมัยนั้นและยุคสมัยนี้เพียงไร
  • การวิจารณ์ระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ว่า “ปริยัติธรรมอันเจือด้วยยศศักดิ์” ซึ่ง “ไม่เอื้อต่อการประพฤติพรหมจรรย์” ผลลัพธ์ของการศึกษาระบบนี้คือ ทำให้พระสงฆ์ใช้การศึกษาไต่ไปสู่ความเป็นสังฆศักดินา การศึกษาไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดอวิชชาแต่กลายเป็นเครื่องมือเสริมอัตตาไปในที่สุด...ผลก็คือพระสงฆ์จำนวนมากที่ยังอยู่ในกระแสหลัก ไม่มีความเป็นเลิศทางปัญญาและวิชาการ ไม่รู้เท่าทันคดีทางธรรมและคดีทางโลก...ทั้งยังกลัวขัดต่อความเคยชินของสังคมที่มักไม่ยอมให้พระสงฆ์เข้ามามีส่วนในการกำหนดชะตากรรมของสังคมมากนัก ดังนั้น เวลาสังคมมีค่านิยมเปลี่ยนไปในทางเลว เช่น การมีกิ๊กโดยเสรี การนิยมความรุนแรงทุกรูปแบบ การติดวัตถุบริโภคนิยม การโกงจนกลายเป็นวัฒนธรรม พระสงฆ์เหล่านี้ทำได้อย่างดีคือเฝ้าดูอนุโลมตาม หรือไม่ก็ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายกิเลสเหล่านั้นเสียเอง แต่สำหรับท่านพุทธทาสแล้ว การศึกษาในระบบเดิมสะกดท่านไม่ได้ ท่านจึงมีความองอาจกล้าหาญในการใช้ปัญญาอย่างอิสระ และช่วยเป็น “สติให้สังคม” ได้อย่างมีพลังตลอดอายุขัยของท่านเอง
  • การวิจารณ์ทิศทางการพัฒนาประเทศว่าตกเป็นทาสของวัตถุนิยมอย่างมืดบอด เช่น ท่านกล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีศีลธรรม ก็เป็นไปได้อย่างดีแค่เศรษฐโกง และนักธุรกิจก็เป็นเพียงนักฉ้อฉลต่อประชาชาติของตนอย่างหน้าไม่อาย ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่เคยขอร้องพระสงฆ์ไม่ให้สอนเรื่องสันโดษ ก็ดูเหมือนจะมีแต่ท่านพุทธทาสเท่านั้นที่กล้าสวนกระแสว่า ต้องสอนให้คนไทยสันโดษ เพราะยิ่งสันโดษยิ่งพัฒนา ความไม่สันโดษ ความไม่รู้จักพอ ต่างหากคืออุปสรรคของการพัฒนา
ความกล้าหาญทางจริยธรรมของท่านพุทธทาสยังมีอีกมากมาย คิดว่าเท่าที่กล่าวมา ก็น่าจะเพียงพอที่จะสะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีแล้วว่า ท่านพุทธทาสมีคุณต่อสังคมของเราเพียงไร และในทางกลับกันก็สะท้อนให้เห็นด้วยว่า เราเห็นคุณค่าของท่านน้อยจนน่าตกใจเพียงไร
 
 
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
ที่มา : บางส่วนจากหนังสือ “พุทธทาสยังอยู่ไปไม่มีตาย”
 

 
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๑ ปี พุทธทาสภิกขุ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และธรรมภาคีเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันจัดงาน ๑๑๑ ปี พุทธทาส “พุทธธรรมกับสังคม” ขึ้น โดยมีเป้าหมายในการขยายงานพระศาสนา ผ่านปณิธานและงานของพุทธทาสภิกขุ ในวาระนี้หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจัดงานสัมมนาวิจัยพุทธศาสนานานาชาติฯ ภายใต้ขอบเขตเนื้อหาว่าด้วย “พุทธธรรมกับสังคม” (Dhamma and Society)

โดยเน้นประเด็นที่สังคมโลกและสังคมไทยกำลังแสวงหาหนทางเพื่อการฟื้นฟูในหมู่มนุษยชาติใน ๔ ประเด็น ได้แก่ 

  • จิตใจและปัญญา-ญาณ (Mind & Spirituality)
  • เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Economic & Sustainable Development)
  • สังคมกับการเมือง (Socio-politics)
  • การสานงานของพุทธทาสภิกขุ (The Works and Legacy of Buddhadasa Bhikkhu)

งานสัมมนาฯ จะมีขึ้นที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

โดยจะมีวิทยากรและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงทั้งชาวไทย และต่างประเทศมาร่วมงานในครั้งนี้ อาทิ 

  • พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตโต) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) แห่ง World Buddhist University,
  • พระไพศาล วิสาโล
  • อุบาสก สันติกโร (Mr. Robert Larson) จาก Liberal Park สหรัฐอเมริกา, 
  • อาจารย์ Christopher Titmuss จากสหราชอาณาจักร, 
  • Dr.Tomomi Ito จากญี่ปุ่น, 
  • Dr.Chen-huang Cheng จากไต้หวัน, 
  • Dr.Louis Gabaude แห่ง Ecole Francaise d'Extreme Orient
  • Dr.Roderick Bucknell จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ นิวซีแลนด์ และ 
  • Dr.Martin Seeger จากมหาวิทยาลัยลีดส์ สหราชอาณาจักร 
  • ร่วมกับนักแปลงานงานธรรมของท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นภาษาต่าง ๆ กว่า ๒๐ ภาษาจากทุกมุมโลก

ขอเชิญผู้สนใจ ร่วมเข้ารับฟังการสัมมนาวิชาการได้ตามวันและเวลาข้างต้น

กำหนดการติดตามได้ www.dhammaandsociety.org