Recommend Print

พระไพศาล วิสาโล มอง ๑๐ ปีที่ผ่านไปของสวนโมกข์กรุงเทพ

 พระไพศาล'เตือน'สนช.'แก้พ.ร.บ.สลากได้ไม่คุ้มเสีย สวนทางความเป็นไปของโลก

Q: เวลาพูดถึงสวนโมกข์กรุงเทพ พระอาจารย์นึกถึงอะไร

A: อาตมานึกถึงวัดสำหรับคนสมัยใหม่ ในแง่ที่ว่าเข้าถึงง่ายแล้วก็ไม่มีพิธีรีตองมาก คำสอนก็ร่วมสมัย ใช้ภาษาและตรรกะที่คนสมัยใหม่เข้าใจง่าย แล้วก็โยงมาใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน รวมทั้งมีความหลากหลาย คือไม่ใช่เถรวาทแนวใดแนวหนึ่ง แต่ว่ามีความหลากหลายทั้งเถรวาท บางทีก็มีมหายาน อาจจะมีวัชรยานเข้ามาด้วย หรือว่าอยู่เหนือนิกายซึ่งเป็นลักษณะที่สังคมสมัยใหม่เขาสนใจ

อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ฆราวาสเข้ามามีบทบาทที่สวนโมกข์ได้ ไม่ใช่เฉพาะพระเท่านั้นที่มาเป็นผู้เผยแผ่ธรรม หรือว่าสอน ปฏิบัติ ฆราวาสก็มาเป็นผู้สอนด้วย ฉะนั้นมันก็สะท้อนให้เห็นพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับสังคมสมัยใหม่

นี่ก็คือสิ่งที่อาตมานึกถึงเวลาได้ยินคำว่าสวนโมกข์กรุงเทพหรือหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ... วัดหรือว่าสถานธรรม หรือธรรมสถาน สำหรับคนสมัยใหม่

4545

Q: อะไรคือสิ่งที่สวนโมกข์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ที่มากขึ้นต่อสังคม

สิ่งที่อาตมาอยากจะเห็นก็คือการทำให้พุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องของปัจเจกบุคคล ตอนนี้พุทธศาสนาในสังคมสมัยใหม่มันเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลค่อนข้างเยอะ ก็คือปฏิบัติเพื่อความสุขเฉพาะตน อาตมาอยากจะเห็นมิติด้านสังคมในพุทธศาสนาสำหรับสังคมสมัยใหม่ ซึ่งอาตมาคิดว่าสวนโมกข์น่าจะทำตรงนี้ได้

เพราะว่าท่านอาจารย์พุทธทาสเองก็บอกว่า ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สงบเย็นและเป็นประโยชน์ พุทธศาสนาไม่เพียงแต่จะช่วยให้คนเราพบความสงบเย็นในจิตใจ แต่ยังทำให้เกิดมีแรงผลักดันในการที่จะไปทำประโยชน์ให้กับสังคม และทุกวันนี้สังคมมีปัญหาเยอะ ซึ่งชาวพุทธเราไม่ควรนิ่งดูดาย ชาวพุทธเราควรเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือ ไม่ใช่ในฐานะข้าราชการ ไม่ใช่ในฐานะนักวิชาการ ไม่ใช่ในฐานะของ NGO อย่างเดียว แต่ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ

อันนี้อาตมาอยากจะเห็นสวนโมกข์มีส่วนช่วยทำให้เกิดสำนึกทางสังคมในหมู่ชาวพุทธ ที่จะเข้าไปทำประโยชน์ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาสังคมที่มันหมักหมม อันนี้ก็จะทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูด “ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สงบเย็นเป็นประโยชน์”

#๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ