อ.วรภัทร ภู่เจริญ มอง ๑๐ ปีที่ผ่านไปของสวนโมกข์กรุงเทพ

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ" จากวิศวกรนาซ่า สู่การค้นพบแสงสว่างในพระธรรม
ครบรอบ ๑๐ ปีสวนโมกข์กรุงเทพ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓

Q: ๑๐ ปีสวนโมกข์กรุงเทพ อ. เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

 

A: ๑๐ ปีของสวนโมกข์กรุงเทพ หรือ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เป็นสิบปีที่ผมติดตามดูและเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย จริงๆ แล้วกว่าจะมาเป็นสวนโมกข์กรุงเทพตรงนี้ มันมีการที่ต้องก้าวข้ามอุปสรรคอะไรมากมายนะ เผอิญว่าเขาไม่ได้เล่าให้กันฟังนะ ต้องขอขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้หลายๆ คน ขอบคุณผู้บริหารหลายๆ ท่านนะ กว่าจะมาอยู่ตรงนี้ ตรงสวนรถไฟตรงนี้ได้ มาอยู่ที่กลางน้ำตรงนี้ได้ กลางกรุงเลย ก็ขอขอบคุณทุกคน ขณะเดียวกันก็ขอขอบคุณกัลยาณมิตร ญาติโยมต่างๆ ที่มาเป็นพันธมิตร มาเป็นเครือข่ายให้กับที่นี่ด้วย

ในสิบปีนี้เราก็จะเห็นว่าในยุคโควิด กับในยุค digital disruptive แบบนี้ เราจะพบได้เลยว่าคำสอนของอาจารย์พุทธทาสนี้ never die คำว่า never die หมายความว่ายังไง คำว่า never die หมายความว่ามันทันสมัยอยู่เสมอ คำสอนของอาจารย์พุทธทาส สมแล้วที่ท่านชื่อว่าทาสของพระพุทธเจ้า

ศาสนาพุทธในสายตาผมเป็นศาสนาที่มีหลักฐานยืนยันจากการที่มีลูกศิษย์ที่ดี เป็นศาสนาที่พระศาสดาสอนแล้วมีคนทำตามได้จริง เห็นเป็นตัวอย่างเรียงรุ่นกันมาเลย ๒๖๐๐ ปี ก็ จริงๆ อาจารย์พุทธทาสท่านก็บอกว่าท่านเป็นศิษย์พระพุทธเจ้า ฉะนั้นตัวผมเองจะพูดว่าเป็นศิษย์อาจารย์พุทธทาสก็น่าเกลียดเนอะ เราก็เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้าด้วยกันนะครับ

ในยุคสมัยนี้ สิ่งที่อาจารย์พุทธทาสสอน ไม่ได้แค่สอนเซนอย่างเดียวนะครับ เซนมันไม่ใช่ศาสนานะครับ เซนมันเป็นเรื่องของการถ่ายทอดจากใจสู่ใจ เนื่องจากอายตนะ ๖ นี่มันถ่ายทอดกันได้ยากมาก เราไม่สามารถเขียนอักษรแสดงสิ่งที่ปรากฏที่ใจได้ สิ่งที่ปรากฏที่ใจของเรานี่มันต้องใช้ใจไปสัมผัสใจ ถ้าเราจะเข้าใจอาจารย์พุทธทาสมากๆ นี่ ลองเอาใจเข้าไปวัดดู ใจเรากว้างไหม ใจเราแคบไหม ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจตรงนี้หมดเลย ดังนั้นในยุคสมัยแบบนี้ บ้านเมืองเจริญแบบนี้ การปฏิบัติธรรมมันต้องทุกวินาที แม้จะอยู่ท่ามกลางตึกใหญ่โต ถูกขังเพราะโควิด หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทำอะไรก็แล้วแต่มันก็ต้องดูจิตดูใจของเราไปด้วย

เพราะฉะนั้น ๑๐ ปีที่ผมเห็นที่นี่ ก็ขอบคุณผู้บริหารที่นี่ แล้วก็สปอนเซอร์ผู้อุปการะทุกท่านนะครับ ที่นี่ก็มีการ adapt มีการประยุกต์ไปในทางที่สมกับที่อาจารย์พุทธทาสมา แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีอะไรที่เราก็ยังต้องช่วยๆ กันพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะคำว่าสังฆะนี่ สังฆะก็คือสังคม เราเป็นสังคมหมู่ที่จะมารวมตัวกัน ช่วยเหลือกัน ก็ขอบคุณ แล้วก็ขอบคุณนะครับ

IMG 3688

Q: ๑๐ ปีที่ผ่านมามีอะไรที่อาจารย์เห็นว่าเรายังทำได้ไม่ดี อะไรที่เห็นว่ายังไม่เกิดขึ้น และยังสามารถพัฒนาได้อีก

A: ยังจับ gen ใหม่ไม่ได้ ยังมี gen ใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ดึงเข้ามา ยุวพุทธฯ เองก็ยังมีปัญหาเหมือนกันเนอะ องค์กรพุทธสุดท้ายกลายเป็นพวก baby-boom กับ Gen X ใช่ไหม ซึ่งพวกเราชาวพุทธที่เป็น baby-boom กับ Gen X ควรจะมาเรียนวิชา facilitator มันไม่ควรจะ teaching อีกแล้ว จริงๆ แล้วพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนนะ พระพุทธเจ้าแสดงธรรม พระพุทธเจ้าพาทำ แสดงธรรม พาทำ

เพราะฉะนั้นถ้าเราจะนำคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือของใครก็แล้วแต่ที่มาสอนคนยุคใหม่มันต้องพาทำ แล้วถ้าพาทำมันคือ facilitator มันไม่ใช่ teaching เรามีหน่วยงานอื่นที่เขาสอนบาลีเต็มๆ สอนปริยัติเต็มๆ สอนอภิธรรมเต็มๆ ไปแล้ว ไม่ต้องไปแย่งงานกัน นะ... เราทำในส่วนที่มัน adaptive แต่ทุกอย่างอยากให้สมกับคำสอนของอาจารย์พุทธทาส ศาสนาใดก็ได้ให้เขาเข้าถึงศาสนาของตัวเขาเอง

สิ่งที่อาจารย์พุทธทาสสอนไว้หลายอย่างผมก็เอามาใช้ ทำยังไงจะทำให้เราเข้าไปเห็นตัวใจของเรา ให้มันเป็นใจสู่ใจตลอด ทำยังไงจะให้ธรรมะมันอยู่ในทุกอณูของการทำงาน การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ซึ่งถ้าเด็กรุ่นใหม่มาเข้าใจตรงนี้ได้ ใช้คอนเซ็ปท์ใหม่ๆ แล้วก็เพิ่มภาษาอังกฤษเพื่อให้ต่างชาติเข้าใจ หรือจะเพิ่มภาษาจีนก็ได้ใช่ไหม ภาษาที่กำลังเข้ามาในอนาคต มีความสัมพันธ์กับทางสายจีน สายญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งทางมูลนิธิโพชฌงค์ของอาจารย์ก็จะเชื่อมกับญี่ปุ่น ทางนี้เชื่อมกับจีนให้อาจารย์ก็ได้

ตอนนี้มันต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นมหายาน หินยาน วัชรยาน มันก็เป็นองค์เดียวกัน ไม่ได้มาแยกแล้วก็ขัดแย้งหรือตีกัน ไปด้วยกันอย่างสวยงาม มหายาน หินยาน วัชรยาน ก็เหมือนโรงเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย จะตอบว่าใครเก่งกว่าตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเก่งกว่า มันไม่มี แต่เสริมซึ่งกันและกันนะครับ จึงคิดว่าทิศทางของที่นี่น่าจะไปตรง ร่วมมือ ต่างชาติ เด็กรุ่นใหม่ ปรับวิธีสอน ไปได้สบาย never die ครับ

อ.วรภัทร ภู่เจริญ

#๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ

Tags ๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ