Recommend Print

บุคคลสำคัญของโลก “พุทธทาสภิกขุ” ผู้ใช้พุทธธรรมเพื่อนำสังคม

sm.jpg

ความคิดที่ท่านได้แสดงไว้
มิเพียงแต่จะสามารถชี้ทางให้กับประเทศไทยได้เท่านั้น
หากยังรวมถึงสังคมทั้งปวง ที่กำลังพยายามสรรค์สร้าง
ระเบียบทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
อันเที่ยงธรรมและเป็นธรรมอีกด้วย

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ณ สำนักงานใหญ่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ประชุมมีมติประกาศยกย่องพระธรรมโกศาจารย์หรือ “พุทธทาสภิกขุ” เป็นบุคคลสำคัญของโลก
 
เหตุผลที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่อง “พุทธทาสภิกขุ” เป็นบุคคลสำคัญของโลกก็คือ การที่ท่านได้อุทิศตนเพื่อการเผยแพร่แก่นพระธรรมที่มีความร่วมสมัยและประยุกต์ใช้ได้กับระดับสังคมและปัจเจกบุคคล รวมถึงการผสานส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา เพื่อความสันติภาพ ความเป็นธรรมของสังคมและบุคคล ดังประกาศเป็นทางการว่า

พุทธทาสภิกขุ เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพทั่วโลก ท่านเป็นผู้บุกเบิกในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา โดยใช้การสานเสวนาระหว่างเหล่าศาสนิกต่างศรัทธา

ท่านได้ละอารามที่เคยพำนัก และได้ค้นพบแนวทางในการผสานพุทธศาสนาในโลก ให้สอดคล้องกับแก่นธรรมคำสอนดั้งเดิมอีกครั้ง

ท่านยังเน้นย้ำถึงหลักการอิงอาศัยกันและกันของสรรพสิ่ง ทำให้ท่านเป็นผู้นำของความคิดเชิงนิเวศวิทยา และผู้ประกาศจุดยืนเพื่อสันติภาพระหว่างประชาชาติทั้งหลาย

งานเขียนของท่าน ซึ่งได้รับการแปลและตีพิมพ์ในหลายภาษา มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการฟื้นฟูวิธีคิดแนวพุทธขึ้นใหม่

ความคิดที่ท่านได้แสดงไว้ มิเพียงแต่จะสามารถชี้ทางให้กับประเทศไทยได้เท่านั้น หากยังรวมถึงสังคมทั้งปวง ที่กำลังพยายามสรรค์สร้างระเบียบทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ อันเที่ยงธรรมและเป็นธรรมอีกด้วย

 
A pioneer in the promotion of the inter-religious understanding through dialogue among people of different faiths, Buddhadasa Bhikkhu, a famous Buddhist monk, was highly respected worldwide.
 
He left his monastery to rediscover the integration of Buddhism in the world and the spirit of its origins.
 
His emphasis on the interdependence of all things made of him a precursor of ecological thought and a champion of peace among nations.
 
His writings, which have been translated and published in many languages, have had a very considerable influence on the renewal of Buddhist thinking.
 
The thoughts expressed have the potential to guide not only Thailand, but also all societies struggling to create a just and equitable social, political and economic order.
“พุทธทาสภิกขุ” เป็นชาวไทยคนที่ ๑๘ ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก นับตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าชื่นชมของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะชาวพุทธ เนื่องจากท่านเป็นพระสงฆ์ที่ได้ให้หลักธรรมคำสอนที่มีค่าอย่างสูงแก่ประชาชน มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งแก่พระสงฆ์ด้วยกันและประชาชนทั่วไป จนเป็นที่เคารพของชาวไทยและประชาชนทั่วโลก

ประวัติโดยย่อ

“พุทธทาสภิกขุ” มีนามเดิมว่า เงื่อม พานิช เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๔๙ เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุปสมบทขณะอายุได้ ๒๐ ปี ณ วัดโพธาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ รับฉายาว่า “อินทปัญโญ” แปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่
 
ก่อนอุปสมบท ท่านได้ตั้งใจไว้ว่าจะบวช เรียนเพียง ๓ เดือนเท่านั้น แต่เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมแล้ว ก็บังเกิดความซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา จึงล้มเลิกความตั้งใจที่คิดจะลาสิกขาตามกำหนดเดิมเสียสิ้น และนี่คือเหตุแห่งการบวชตลอดชีวิตของท่าน

“พุทธทาสภิกขุ” เป็นผู้ก่อตั้งสวนโมกขพลาราม ซึ่งตั้งอยู่ ณ วัดธารน้ำไหล อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี ๒๔๗๕ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทางศาสนาระหว่างกันมีผู้มาปฏิบัติธรรมทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งสำคัญในการศึกษา ค้นคว้าวิชาการทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ผลิตตำราและบุคลากรเพื่อใช้ในการเผยแพร่ธรรม

หนังสือชุดธรรมโฆษณ์ที่มีมากกว่า 80 เล่ม
ผลงานทางธรรมที่ท่านพุทธทาสภิกขุสร้างสรรค์ไว้ เช่น การจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรม สวนโมกขพลารามและสวนโมกข์นานาชาติ การออกหนังสือพิมพ์ พุทธสาสนาซึ่งเป็นหนังสือพิอหมพ์ ทางพระพุทธศาสนาเล่มแรกของไทยการพิมพ์หนังสือชุดธรรมโฆษณ์ ซึ่งเป็นการรวบรวมปาฐกถาธรรมของท่าน
แสดงธรรมให้แก่ชาวต่างชาติที่มาฝึกปฏิบัติธรรมที่สวนโมกพลาราม
นอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีการสอนวิชาศาสนาสากล ทั้งในทวีปยุโรป และอเมริกาเหนือ ล้วนศึกษางานของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งมีหนังสือคำสอนกว่ามากกว่า 150 เล่ม แปลเป็นภาษาต่าง ๆ หลายภาษา เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน เกาหลี ลาว ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ นับได้ว่าหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากที่สุดของประเทศไทย
 
ท่านก็ได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ไทย รวมถึงวงการศึกษาธรรมะของโลก ถึงกับได้รับการยอมรับว่า เป็น “เสนาบดีแห่งกองทัพธรรม” ในยุคหลังกึ่งพุทธกาล
 
ท่านพุทธทาสภิกขุ มรณภาพที่สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2536 รวมอายุ 87 ปี นับได้ 67 พรรษา
ตัวอย่างหนังสือที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ

111 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

ในโอกาสครบรอบชาตกาล 111 ปี พุทธทาสภิกขุ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการสืบสานงานของพุทธทาสภิกขุ มีเป้าหมายการขยายงานนานาชาติตามปณิธานและแนวทางของพุทธทาสภิกขุโดยได้ดำเนินการมาระดับหนึ่งแล้ว ได้มีความตกลงให้การสัมมนาวิจัยพุทธศาสนานานาชาติ ภายใต้ขอบเขตเนื้อหาว่าด้วย “พุทธธรรมกับสังคม” (Dhamma and Society) โดยเน้นประเด็นที่สังคมโลกและสังคมไทยกำลังแสวงหาหนทางเพื่อการฟื้นฟูในหมู่มนุษยชาติ ได้แก่

  • จิตใจและปัญญาญาณ (Mind & Spirituality)
  • เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Economic & Sustainable Development)
  • สังคมกับการเมือง (Socio-politics)
  • การสานงานของพุทธทาสภิกขุ (The Works and Legacy of Buddhadasa Bhikkhu)
โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2560 โดยแบ่งเป็น
  • วันที่ 24 - 25 พ.ค. สัมมนาวิชาการนานาชาติ ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ กรุงเทพ
  • วันที่ 26 - 27 พ.ค. ตามรอยพุทธทาส ดนตรีภาวนา และ กิจกรรมล้ออายุ ณ วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม สุราษฎร์ธานี
  • วันที่ 28 - 30 พ.ค. ปฏิบัติธรรม ณ สวนโมกข์นานาชาติ สุราษฎร์ธานี
  • วันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย ปฏิบัติธรรม ณ ทีปภาวันธรรมสถาน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี
ท่านผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ http://bit.ly/2nzRDhE
 
ขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก http://tice-elec15.blogspot.com/201...